1. นั่งสมาธิ หลังจากตื่นนอนตอนเช้าหรือช่วงก่อนนอนตอนกลางคืน ให้ฝึกนั่งสมาธิให้เป็นนิสัยอย่างน้อยสัก10 นาที ต่อครั้ง เพราะจะทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ คุณจะเป็นผู้ที่มีสติไม่หลงลืม มีความรู้สึกตัวอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่
2. ฝึกหายใจลึกๆ ตามธรรมชาติแล้วสมองต้องการใช้ออกซิเจน 20-25% ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ถ้าสามารถหายใจเข้าไปได้ลึกเท่าไรก็จะยิ่งส่งพลังงานไปยังสมองได้มากขึ้น เทคนิคที่จะช่วยให้หายใจได้ลึกยิ่งขึ้นคือการนั่งหลังตรง โดยเฉพาะถ้าต้องนั่งทำงานนานๆ นอกจากนี้อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดและเดินทางไปสู่สมองได้เพิ่มขึ้น
3. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ เพราะเมื่อยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมา เป็นผลดีต่อการทำงานของสมองไปในตัว
4. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวันและใส่ความตั้งใจเข้าไปด้วย การพยายามเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวัน จะทำให้สมองมีโอกาสทำงาน บริหารร่างกายอยู่เสมอ เปรียบเทียบไปแล้วก็เหมือนกับการที่เราขยับเขยื้อนร่างกายตลอดเวลา เพราะถ้านอนนิ่งอยู่เฉยๆ ทุกวันต้องเป็นง่อยชัวร์ เรียนรู้ไม่ได้หมายถึงการเรียนจากหนังสืออย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น การพยายามเดินทางไปสถานที่ใหม่ๆ ด้วยตัวเอง การทำอาหารเมนูใหม่ๆ การคบเพื่อนคนใหม่ๆ ศึกษานิสัยของเขาเป็นต้น ทั้งหมดนี้ก็ล้วนแต่เป็นการเรียนรู้ทั้งสิ้น นอกจากนั้นเรายังต้องใส่ความตั้งใจไปในทุกการกระทำที่เป็นไปได้ด้วย ระหว่างวันสมองก็จะพยายามปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ ได้
5. เขียนบันทึกประจำวัน นอกจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวันแล้ว เรายังควรลงมือจดบันทึกสิ่งใหม่ๆ หรือสิ่งที่มีคุณค่าต่างๆ ในแต่ละวันลงในสมุดบันทึกด้วย บางวันมีสิ่งที่น่าจดจำมากก็อาจจะจดมากหน่อย บางวันนอนเฉื่อยอยู่บ้านทั้งวันก็อาจจะน้อยหน่อย การขีดเขียนเป็นประจำแบบนี้ช่วยบริหารสมองไปโดยอัติโนมัติ นอกจากนั้น ถ้าสมองคุณคิดถึงแต่สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวัน จะช่วยให้สมองคิดเชิงบวกเป็นนิสัยจนหลั่งสารเคมีที่ดีๆ ออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
6. จิบน้ำบ่อยๆ สมองของคนเราประกอบด้วยน้ำ 85% ดังนั้นถ้ามีน้ำไปหล่อเลี้ยงสมอในปริมาณมากเพียงพอ เซลล์สมองก็จะแข็งแรง ไม่แห้งเหี่ยวจะคิดจะทำอะไรก็จะไวไม่แพ้คนอื่น
7. รับประทานไขมันดี อันที่จริง สมองก็คือก้อนไขมันซึ่งก็มีส่วนสึกหรอเกิดขึ้นได้เสมอ จึงจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน คุณจึงควรรับประทานไขมันชนิดดี เช่น สารสกัดใบแปะก๊วย น้ำมันปลา ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง เป็นต้น
8. ให้อภัยตัวเองและคนรอบข้าง ถ้าเรามัวแต่โมโหโกรธาคนโน้นคนนี้ รวมไปถึงหงุดหงิดตัวเองเมื่อทำอะไรผิดพลาดด้วย ก็จะทำให้เปลืองพลังงานสมอง เพราะเหมือนต้องแบกภาระไว้หนักอึ้งตลอดเวลา การรู้จักให้อภัยจะเป็นการลดภาระของสมอง ทำให้สมองทำงานได้เริ่ดขึ้น แข็งแรงขึ้น

















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น